อุบลนิวส์ | Ubon News
Image default

สุดหนทาง! ช่วยลูก 9 ขวบ ป่วยโรคมะเร็งเนื้องอกที่ขาโตกว่าหัว

อุบลราชธานี – แม่สุดจะจนปัญญา ในการหาทางช่วยเหลือการรักษาลูกสาว วัย 9 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเนื้องอกในกระดูก ทำให้ขาขวาของน้องโมมิ้น โตขึ้นทุกวัน ขณะที่ไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์จังหวัด ก็ไม่สามารถช่วยได้ จนต้องขายที่ดินหน้าบ้านเพื่อได้เงินมาเดินทางและซื้อยาให้ลูก วิงวอนผู้ใจบุญช่วยพาไปรักษาที่ศูนย์มะเร็งจุฬาภรณ์

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเลขที่ 414 ม.1 บ้านห้วยข่า ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.กังศดาล ภูธร อายุ 45 ปี แม่ของน้องโมมิ้น อายุ 9 ขวบ ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมาณจากเนื้องอกก้อนโตที่ขาขวา ทั้งปวดทั้งทรมาณ ทำให้น้องโมมิ้น ร้องไห้แทบจะตลอดเวลา

น.ส.กังศดาล ภูธร อายุ 45 ปี แม่ของน้องโมมิ้น อยู่บ้านเลขที่ 414 ม.1 บ้านห้วยข่า ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี บอกกับผู้สื่อข่าวว่าเดิมทีน้องโมมิ้น เป็นเด็กที่ร่าเริงสนุกสนาม โดยช่วงปลายปี 2561 น้องโมมิ้นถูกสุขันกัดที่ขาและพาไปฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นก็หายเป็นปกติ ต่อมาในช่วงเดือนมีนาคม 2562 ตอนที่น้องกลับมาจากโรงเรียนน้องบ่นว่าปวดขา ตนก็นึกว่าลูกอาจจะหกล้มตอนที่วิ่งเล่นในโรงเรียนก็เลยหายากินแก้ปวดให้ และมีเนื้องอกเกิดขึ้นเม็ดเล็กๆที่ขาจึงได้พาไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลอำเภอบุณฑริก จากนั้นหมอบอกว่าน้องเป็นเนื้องอกที่ขา จึงต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งหมอบอกว่าน้องโมมิ้น เป็นโรคมะเร็งเนื้องอกในกระดูก จะต้องทำการตัดขาทิ้ง หากไม่ตัดน้องจะตาย ซึ่งหมอที่ทำการรักษาได้บอกกับน้องโมมิ้นเอง จึงทำให้น้องกลัวและน้องไม่กล้าไปรักษาต่อเนื่อง จึงทำให้เนื้องอกที่ขาขวาโตขึ้นทุกวัน ซึ่งน้องไปหาหมอทั้ง 4 ครั้ง คุณหมอก็บอกอย่างนี้ต่อหน้าน้อง นอกจากนี้คุณหมอยังบอกอีกว่าเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมาคุณหมอให้ทางเลือกว่าจะไม่ตัดขาน้องแล้ว “ตัดก็ตายไม่ตัดก็ตาย” อีกทั้งหากรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ยาฆ่าเชื้อที่จะต้องบรรเทาอาการของน้องก็มีราคาแพง เบิกยาก จึงอยากให้คุณแม่พาน้องกลับมาอยู่ที่บ้าน ซึ่งก็พาน้องไปที่ศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี แต่คุณหมอก็ไม่รับเพราะไม่มีใบส่งตัวผู้ป่วย ซึ่งมาขอให้โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์ ทางโรงพยาบาลก็ไม่ส่งตัวไปให้ จึงจำเป็นต้องกลับมาอยู่ที่บ้านรอวันตาย เพราะไม่มีหนทางที่จะช่วยลูกสาวแล้ว

น.ส.กังศดาล ภูธร ยังกล่าวต่ออีกว่าตนมีอาชีพทำนา ซึ่งมีที่นาอยู่ 3 ไร่ แต่ในปีนี้ก็ไม่ได้ทำเพราะต้องเทียวพาลูกไปหาหมอ จึงต้องซื้อข้าว อาหาร กินทุกมื้อ โดยภาระที่แบกรับอยู่ทั้งค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าข้าว เงินก็ไม่มีจึงจำเป็นต้องขายที่ดินหน้าบ้านเนื้อที่ประมาณ 1 งาน ได้เงินมาจำนวน 20,000 บาท ก็ใช้ไปหมดแล้ว จึงอยากวิงวอนขอความช่วยเหลือจากคุณหมอที่ศูนย์มะเร็งจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ เพราะเชื่อว่าที่นี่จะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ลูกสาวหายได้ ช่วยรับน้องไปรักษาให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติของเด็กอีกครั้ง แม่น้องโมมิ้นกล่าว

ขณะที่วันนี้ทีมกู้ภัยรวมใจโนนก่อ อ.สิรินธร ที่ทราบข่าวจึงได้นำเอาน้ำดื่ม อาหารแห้ง และเงินที่รวบรวมกันมาได้ส่วนหนึ่งมามอบให้กับคุณแม่และน้องโมมิ้น เพื่อใช้ในการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และวิงวอนให้ผู้ใจบุญได้เข้ามาช่วยเหลือในการพาน้องไปรักษาที่ศูนย์มะเร็งจุฬาภรณ์ เพื่อให้โอกาสเด็กอายุ 9 ขวบ ได้มีโอกาสมีชีวิตที่ร่าเริงกลับคืนมา เพราะครอบครัวนี้ยากจนไม่มีเงินที่จะพาน้องไปรักษา แม้กระทั้งเงินในการซื้ออาหารกินในแต่ละวันก็ยังลำบาก

สำหรับน้องโมมิ้น ก่อนที่จะป่วยน้องเรียนอยู่ชั้น ป.3 ของโรงเรียนบ้านห้วยข่า อ.บุณฑริก หลังจากที่ป่วยมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 น้องก็ไม่ได้ไปโรงเรียนอีกเลย ก็มีคุณครูและเพื่อนบ้านได้สมทบเงินช่วยกันมาคนละ 100-200 บาท ได้เงินประมาณ 3,000 บาท ในการไว้ซื้อยาแก้ปวดให้น้องโมมิ้น ซึ่งผู้ใจบุญสามารถช่วยเหลือค่าอาหาร ค่ายาแก้ปวด และสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านที่จำเป็น ให้กับครอบครัวน้องโมมิ้น ได้ทางบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประเภทบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (โครงการ) ชื่อบัญชีนางสาวกังศดาล ภูธร เลขที่บัญชี 020100657618 (ศูนย์-สอง-ศูนย์-หนึ่ง-ศูนย์-ศูนย์-หก-ห้า-เจ็ด-หก-หนึ่ง-แปด) สาขาบุณฑริก.

www.ubonnews.in.th
สื่อของทุกคน อุบลนิวส์

คุกกี้ (Cookie), ไอพีแอดเดรส (IP Address) นอกจากข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจเก็บรวมรวมข้อมูลบางอย่างผ่านเทคโนโลยีเช่น คุกกี้ (Cookie), ไอพีแอดเดรส (IP Address) และแหล่งเก็บข้อมูลบนบราวเซอร์และอุปกรณ์ของผู้ใช้รวมถึงเครื่องมือเก็บ ยอมรับ อ่านเพิ่ม