อุบลนิวส์ | Ubon News
Image default

คำต่อคำ “สนธิรัตน์” วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง ทำได้ แต่หวั่นสร้างความแตกแยก

จากกรณีที่ มีกลุ่มประชาชน ได้จัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” และเดินเชียร์ลุง”  เมื่อวันที่12 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดกิจกรรมทางการเมือง “วิ่งไล่ลุง” และ “เดินเชียร์ลุง” ไว้อย่างน่าสนใจ โดยมองว่าสามารถจัดกิจกรรมได้ตามกรอบของกฎหมาย แต่ไม่อยากเห็นการนำการเมืองกลับไปลงถนนอีก ไม่ว่าฝ่ายไล่ หรือฝ่ายเชียร์ก็ตาม เพราะจะนำไปสู่การสร้างความแตกแยก หรือความเกลียดชังของพี่น้องประชาชน และเป็นการเผชิญหน้ากันทั้งสองฝ่าย ควรใช้ระบบรัฐสภาเป็นทางออกของประเทศจะดีกว่า โดยมีบทสัมภาษณ์แบบคำต่อคำที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

 มองกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และเดินเชียร์ลุง อย่างไรบ้าง?

สนธิรัตน์ : ทุกคนสามารถจัดกิจกรรมทางการเมืองได้ตามกรอบของกฎหมายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ไม่อยากเห็น การนำการเมืองกลับไปลงถนนอีก สิ่งที่เกิดขึ้นเราต้องทบทวนบทเรียนของประเทศไทย  เราอยู่ในวังวนการใช้การเมืองอยู่นอกระบบ แล้วนำมาสร้างปัญหาให้กับประเทศมาโดยตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา

เมื่อประเทศเดินหน้ากลับไปสู่ประชาธิปไตยตามที่ทุกฝ่ายเรียกร้อง ประชาธิปไตยวันนี้ อาจจะสมบูรณ์ หรือไม่สมบูรณ์ ก็มีคนฟังการแก้ไขปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย วันนี้เรามีสภาผู้แทนราษฎร เรามีกลไกการที่จะศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

            ผมอยากเห็นกิจกรรมนั้นเป็นกิจกรรมที่แสดงออกว่า อยู่ในกรอบ แต่ไม่อยากเห็นกิจกรรมใดๆ นำไปสู่การสร้างกลไกนอกสภาฯ  แล้วนำไปสู่การสร้างความแตกแยก หรือความเกลียดชังระหว่างพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นความสงบของประเทศ อยากเห็นการเดินหน้าประเทศท่ามกลางปัญหา ซึ่งไม่ใช่ปัญหาแต่ของรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว เป็นปัญหาของโลก ซึ่งโลกวันนี้ก็ขัดแย้งกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า กระทบกับทุกประเทศในโลก ความขัดแย้งของมหาอำนาจ เช่นกรณีตะวันออกกลางกับสหรัฐฯ จะเห็นว่าความขัดแข้งไม่ได้เกิดประโยชน์กับใครเลยในโลกใบนี้ และสุดท้ายความขัดแย้งเหล่านั้นก็นำไปสู่การที่เราต้องแก้ปัญหายากขึ้นกว่าเดิม และสร้างผลกระทบ

ผมคิดว่า เราเคารพการแสดงออกทางความคิด และทางการเมือง แต่ขอให้จำกัดขอบเขตการแสดงออก อย่านำไปสู่การแตกแยก ความเกลียดชัง อย่านำไปสู่การเดินไปนอกรระบบอีกเลย ไม่อย่างนั้นประเทศของเราก็จะเดินถอยหลังกลับไปสู่วันวนเดิม แล้วประโยชน์นั้นก็จะกลับไปสู่คนบางกลุ่มเท่านั้นเอง มันไม่ได้เกิดประโยชน์กับคนทั้งประเทศ

            ผมไม่อยากเห็นประเทศไทยพลาดพลั้งก้าวไปสู่วิกฤติคล้ายๆ กับฮ่องกงที่ผ่านมา ผมอยากเห็นประเทศกลับไปสู่วังวนเดิม ซึ่งทำให้ประเทศฟื้นตัวได้ยากขึ้น แล้วกลับมาแก้ปัญหาประเทศ แต่ผมไม่ได้บอกว่า การทำกิจกรรมทางการเมืองเป็นสิ่งที่ผิด แต่อยากที่จะให้ทุกฝ่ายตระหนัก มองภาพใหญ่ของประเทศเป็นตัวตั้ง แล้วใช้กลไกของรัฐธรรมนูญ อันไหนไม่ดีก็ดำเนินการแก้ไข อันไหนไม่ดีที่ทำได้ เราก็เรียกร้องดำเนินการกัน แต่อย่าเอาพี่น้องประชาชนลงไปปะทะกันอยู่ข้างล่าง ซึ่งผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ทุกคนจะต้องหลีกเลี่ยงครับ

 กิจกรรมวิ่งไล่ลุงมีการตะโกนว่า “ประยุทธ์ออกไปๆ” มองเรื่องนี้อย่างไร?

สนธิรัตน์ : ผมเรียนว่าการแสดงออกต่างๆ ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้าการแสดงออกอะไรก็ตาม ล้ำขอบเขตของกฎหมาย ส่วนนั้นอยากให้หยุดไปก่อน ไม่อยากให้ล้ำเส้นกัน การล้ำเส้นกันแล้วประชาชนก็มีสองฝ่ายเสมอ ฝ่ายเห็นด้วย กับฝ่ายไม่เห็นด้วย ถ้าเราปล่อยให้ล้ำกรอบของกฎหมาย มันก็จะนำไปสู่การเผชิญหน้าของพี่น้องประชาชนสองฝ่าย ซึ่งเรามีกลไกของระบอบประชาธิปไตยที่เป็นทางออกอยู่แล้ว ก็อยากเห็นทุกอย่างอยู่ในกรอบ ผมยืนยันครับว่าไม่ได้ค้านการแสดงออก แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมายครับ

การจัดกิจกรรมเดินเชียร์ลุงมาคู่ขนาดกันไปในระยะยาวจะมีปัญหาหรือไม่?

สนธิรัตน์ : ถ้าถามในนามรัฐบาล ไม่อยากเห็นการสร้างกิจกรรมลักษณะเผชิญหน้ากัน อยากเห็นการพูดคุยกัน อยากเห็นการใช้ระบบสภาผู้แทนราษฎรที่เรามีอยู่ ที่เราเรียกร้องย้อนหลังว่า เราอยากเข้าสู่การเลือกตั้ง มีระบบรัฐสภาเป็นทางออกของประเทศ เราอยากมีความเป็นประชาธิปไตย อยากเห็นการใช้กลไกลเหล่านั้น แล้วมีความอึดอัดอย่างไรในกลไกเหล่านั้นก็ดำเนินการในกรอบของวิธีทางประชาธิปไตยที่พึงจะมี ผมคิดว่าเราไม่อยากเห็นกิจกรรมที่สร้างความแตกแยก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมแบบไหนก็ตาม.

www.ubonnews.in.th
สื่อของทุกคน อุบลนิวส์

คุกกี้ (Cookie), ไอพีแอดเดรส (IP Address) นอกจากข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจเก็บรวมรวมข้อมูลบางอย่างผ่านเทคโนโลยีเช่น คุกกี้ (Cookie), ไอพีแอดเดรส (IP Address) และแหล่งเก็บข้อมูลบนบราวเซอร์และอุปกรณ์ของผู้ใช้รวมถึงเครื่องมือเก็บ ยอมรับ อ่านเพิ่ม