อุบลนิวส์ | Ubon News
Image default

กฟผ.แจงเหตุน้ำพัดแพท่องเที่ยวเกือบล่ม ชี้ผู้ประกอบการฝ่าฝืนเข้าไปในเขตอันตราย

จากเหตุการณ์น้ำจากเขื่อนสิรินธร พัดแพท่องเที่ยวอย่างน้อย 3 ลำ เกือบจมและชนกัน จนทำให้นักท่องเที่ยวต้องหนีตายขึ้นฝั่งกันโกลาหล โดยผู้ประกอบการชี้เขื่อนไม่มีแจ้งเตือนก่อนปล่อยน้ำ  ด้านหัวหน้าโรงไฟฟ้าสิรินธร ชี้มีผู้ประกอบการบางรายฝ่าฝืน นำแพขึ้นเขตอันตรายจนเกือบพา นทท.เอาชีวิตไม่รอด วอนให้ช่วยกันทำตามข้อตกลง

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในกรณีเหตุการณ์ระทึก มีกระแสน้ำจากเขื่อนสิรินธร พัดแพท่องเที่ยวที่กำลังพานักท่องเที่ยวล่องแพอยู่ในลำโดมน้อยใต้ประตูระบายน้ำของเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ไปกับแพลำดังกล่าว ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกือบจะทำให้แพท่องเที่ยวจมน้ำ และนักท่องเที่ยวหนีตายเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

            ซึ่งเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยข้อมูลทางฝั่งของผู้ประกอบการแพท่องเที่ยวที่ปรากฎตามข่าวไปแล้วนั้น ระบุว่าทางเขื่อนสิรินธรเปิดประตูระบายน้ำโดยไม่แจ้งมายังผู้ประกอบการ จึงทำให้ไม่รู้ว่าจะมีกระแสน้ำไหลมาตามลำโดมน้อย ซึ่งเป็นจุดที่มีแพท่องเที่ยวอยู่

            ล่าสุดนายสังวาล พรมสำลี หัวหน้าโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ออกมาชี้แจงในกรณีดังกล่าวว่าในช่วงสายของวันที่ 6 ก.ค. หรือวันที่เกิดเหตุทางเขื่อนสิรินธรก็ได้แจ้งไปยังกลุ่มผู้ประกอบการว่าในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.-12.00 น. ทางเขื่อนสิรินธรจะมีการเดินเครื่องเปิดประตูระบายน้ำ เป็นการเดินเครื่องตามปกติ แต่ในเวลาประมาณ 15.00 น.ทางเขื่อนได้รับแจ้งว่าต้องมีการปล่อยน้ำอีกเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เพราะมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มหากไม่ปล่อยก็จะทำให้ไฟฟ้าดับได้ จึงทำการเดินเครื่องเปิดประตูไป 1 บาน ปกติจะเดินเครื่องทั้ง 3 เครื่องก็จะทำให้กระแสน้ำมีความรุนแรงกว่านี้อีก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะมีผู้ประกอบการบางราย มีการฝ่าฝืนนำแพล่องขึ้นมาในเขตอันตรายที่ได้แจ้งเตือนเป็นที่ทราบกันดีของผู้ประกอบการว่าจะมีเขตปลอดภัย และเขตอันตราย แต่มีกลุ่มแพบางส่วนก็เข้ามายังเขตอันตราย ซึ่งในเขตนี้ สภาพล่องน้ำจะเป็นเกาะแก่งระดับน้ำตื้น และมีขนาดที่แคบ มีความกว้างเพียง 10-15 เมตร เท่านั้น ซึ่งหากมีการเปิดประตูระบายน้ำ จะทำให้กระแสน้ำในเขตนี้มีความรุนแรง และอันตรายมาก และเชือกที่ผูกยึดแพไว้ก็เกิดขาดจึงทำให้มีการชนกันด้วย แต่อย่างไรก็ดีหากผู้ประกอบการไม่ฝ่าฝืนเข้ามาในเขตอันตรายตามที่ได้ประกาศไว้ ถึงแม้ทางเขื่อนจะเดินเครื่องถึง 3 เครื่อง ก็จะไม่เกิดอันตรายกับแพท่องเที่ยว  เพราะล่องน้ำในเขตปลอดภัย จะมีความกว้าง 30-50 เมตร ระดับน้ำมีความลึก ซึ่งเขตปลอดภัยหากมีการเปิดประตูระบายน้ำเต็มที่ กระแสน้ำก็จะไม่รุนแรง ซึ่งผู้ควบคุมแพก็จะสามารถควบคุมแพให้มีความปลอดภัยได้

            ขณะที่นายณรงค์ฤทธิ์ จันทร์ทรง นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวล่มน้ำโขงซึ่งเป็นผู้ดูแลภาพรวมของกลุ่มผู้ประกอบการ ระบุว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งดูจากคลิปเหตุการณ์ทราบว่าผู้ประกอบการที่เกิดเหตุนั้นมีการฝ่าฝืนเข้าไปในเขตอันตราย ซึ่งเกือบจะถึงสะพานข้ามลำโดมน้อย ซึ่งจุดนี้เป็นจุดอันตราย และต้องห้ามอยู่แล้ว เพราะเป็นแก่งหิน และใกล้กับประตูระบายน้ำ โดยในกลุ่มผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ทราบกันดี แต่ในครั้งนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าแพดังกล่าวทำไมถึงกล้าพานักท่องเที่ยวล่องเข้าไปในเขตอันตราย ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีการสอบถามอีกทีว่ามีเจตนาฝ่าฝืนหรือไม่            

สำหรับการล่องแพในลำโดมน้อย ถือเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และทราบว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ทราบว่ามีแพที่ฝ่าฝืนขึ้นไปในเขตอันตราย อยู่ประมาณ 5-6 ลำ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้ง และจะได้ร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา เพราะเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง และไม่อยากให้เกิดขึ้นมาอีก แต่ในครั้งนี้ยังดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต.

บทความที่คุณอาจสนใจ

www.ubonnews.in.th
สื่อของทุกคน อุบลนิวส์

คุกกี้ (Cookie), ไอพีแอดเดรส (IP Address) นอกจากข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจเก็บรวมรวมข้อมูลบางอย่างผ่านเทคโนโลยีเช่น คุกกี้ (Cookie), ไอพีแอดเดรส (IP Address) และแหล่งเก็บข้อมูลบนบราวเซอร์และอุปกรณ์ของผู้ใช้รวมถึงเครื่องมือเก็บ ยอมรับ อ่านเพิ่ม